
ในกระบวนการผลิตแก้ว อุณหภูมิไม่ใช่เพียงแค่ตัวปรับค่าหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นสิ่งสำคัญที่จะกำหนดว่าจะได้ชิ้นส่วนที่มีคุณภาพดีหรือไม่ หากอุณหภูมิในเตาเริ่มเปลี่ยนแปลง ก็จะส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆ เช่น แก้วบิดเบี้ยว คุณภาพของแก้วไม่สม่ำเสมอ หรือมีรอยแตกที่ทำให้แก้วไม่ผ่านการตรวจสอบ หัวเรือนทำจากควอตซ์ที่มีคุณภาพดีจะช่วยรักษาอุณหภูมิให้สม่ำเสมอได้ตลอดกระบวนการผลิต
สิ่งที่สำคัญจริงๆ เราใช้หัวเรือนควอตซ์แบบอินฟราเรดคลื่นสั้น เพราะมันมีความสามารถในการตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว และไม่กักเก็บความร้อนไว้ สิ่งนี้มีความสำคัญมากเมื่อต้องเปลี่ยนความหนาของแก้ว และต้องทำให้อุณหภูมิกลับมาสม่ำเสมออีกครั้งอย่างรวดเร็ว ความเข้มของพลังงานจะถูกปรับให้เหมาะสมกับกระบวนการผลิต โดยปกติจะอยู่ที่ 30–60 กิโลวัตต์/ตารางเมตร นอกจากนี้ ระยะห่างระหว่างเส้นลวดก็มีความสำคัญเพื่อให้อุณหภูมิสม่ำเสมอ ค่าการแผ่รังสีของหัวเรือนก็สูงมาก ดังนั้นพลังงานจึงถูกนำไปใช้กับแก้วโดยตรง ไม่ใช่กับอากาศรอบๆ หัวเรือนมีรูปร่างกะทัดรัด และมีตัวเชื่อมต่อที่ทนทานต่อแรงสั่นสะเทือนจากสายพานลำเลียง ทำให้สามารถนำมาใช้ในกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เหตุผลที่วิธีนี้ได้ผลดี ในกระบวนการทำให้แก้วมีความแข็งแรง การให้ความร้อนอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้แก้วมีความแข็งแรงมากขึ้น และลดปัญหาเรื่องความเบี้ยวของแก้ว ในกระบวนการบิดแก้ว การให้ความร้อนอย่างสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดจุดร้อนที่ทำให้แก้วเบี้ยว การตอบสนองที่รวดเร็วจะช่วยลดเวลาในการเปลี่ยนชนิดของแก้ว ทำให้สามารถผลิตแก้วได้มากขึ้นโดยไม่สูญเสียเวลาการผลิต นอกจากนี้ การใช้พลังงานก็ลดลง เพราะหัวเรือนใช้เวลาในการทำงานน้อยลง และใช้เวลาในการให้ความร้อนมากขึ้น ในกระบวนการลดความเครียดในแก้ว หรือการอุ่นแก้วก่อนการประกอบ การมีอุณหภูมิที่สม่ำเสมอจะช่วยลดการแก้ไขแก้วซ้ำๆ และทำให้คุณภาพของแก้วอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด
รายละเอียดที่หากมองข้ามไปจะส่งผลเสีย หัวเรือนควอตซ์ไม่ชอบการสัมผัสกับพื้นผิวที่มีคราบสกปรก ดังนั้นควรรักษาสภาพการติดตั้งให้สะอาด ระยะห่างระหว่างหัวเรือนกับอุปกรณ์ส่องกระจกก็มีความสำคัญ หากระยะห่างไม่เหมาะสม ก็จะทำให้เกิดปัญหาเรื่องอุณหภูมิที่ไม่สม่ำเสมอ หัวเรือนนี้สามารถนำมาใช้แทนหัวเรือนในเตาอบของผู้ผลิตรายอื่นได้ แต่ก่อนที่จะนำมาใช้ ควรตรวจสอบความยาวของสายไฟ วิธีการติดตั้ง และความเข้ากันได้ของระบบควบคุมก่อน การใช้งานที่มีแรงดันไฟฟ้าตามที่กำหนด และการรักษาพื้นผิวของแก้วให้สะอาด จะช่วยรักษาประสิทธิภาพของหัวเรือน และยืดอายุการใช้งานได้